ทุกคนบรรลุธรรมด้วยสติปัฏฐาน 4


ในการวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาของหนังสือ “มหาสติปัฏฐานสูตร” ที่แปลและเรียบเรียง โดยพระคันธสาราภิวงศ์ แห่งวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง ต่อไปนี้ ผมจะยกตัวอย่างเฉพาะเนื้อหาที่ผิดเพี้ยนมาวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น

อยากจะกล่าวไว้ก่อนว่า หนังสือเล่มนี้ มีส่วนดีอยู่มากเหมือนกัน ผมก็ได้ความรู้หลายอย่างในการอ่านหนังสือนี้ แต่ที่ต้องนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันนั้น เพราะ ส่วนที่ผิดพลาดนั้น ร้ายแรงมาก

เพราะ คนที่เชื่อหนังสือเล่มนี้ จะไม่มีโอกาสไปนิพพานได้เลย จะวนเวียนอยู่กับภพ 3 นี้ นานแสนนาน  ซึ่งคนไทยเราไม่ควรที่เป็นอย่างนั้น ถ้าเป็นพม่าก็ปล่อยเขาไปเถอะ

เริ่มด้วยคำอุเทศของสติปัฏฐานสูตร

เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย

คำแปลของพระมหาสมลักษณ์
ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้ เป็นทางเดียวที่จะทำให้เหล่าสัตว์ บริสุทธิ์ ล่วงพ้นความโศก และความรำพันคร่ำครวญได้ ดับความทุกความโทมนัสได้ บรรลุอริยมรรค และเห็นแจ้งพระนิพพานได้ หนทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ

คำแปลของพระไตรปิฎก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้ เป็นที่ไปอันเอกเพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะ เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์ และโทมนัสเพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานหนทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ

คำแปลของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว                     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
อยํ มคฺโค                                         อันว่าหนทางนี้
เอกายโน                                         เป็นเอก
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว                     หนทางนี้เป็น หนทางเอก ไม่มีสองแพร่ง เป็นหนทางเดียวแท้ๆ
สตฺตานํ วิสุทฺธิยา                           ความหมดจดวิเศษของสัตว์ทั้งหลาย
โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย          เพื่อความล่วงเสียซึ่งโศก ความแห้งใจ ความปริเทวะ ความพิไรรำพันเพ้อ
ทุกฺขโมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย        เพื่ออัสดงคต หมดไปแห่งเหล่าทุกข์โทมนัส
ญายสฺส อธิคมาย                           เพื่อบรรลุซึ่งญาณ
นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย               เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน

คำแปลจากทั้ง 3 แหล่งนั้น ก็พอยอมรับกันได้ แต่จะเห็นว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำแปลได้ละเอียดกว่าตรงข้อความนี้  “ญายสฺส อธิคมาย  เพื่อบรรลุซึ่งญาณ” เพราะ ทั้งพระมหาสมลักษณ์และพระไตรปิฎกแปลรวบรวมข้ามไปเลย

ปัญหาของพระมหาสมลักษณ์เริ่มปรากฏในคำอธิบายของท่าน  ดังนี้

เอกายโน (ทางสายเดียว)
คำว่า เอกายโน (ทางสายเดียว) มีความหมาย 2 ประการ คือ
๑. ทางสายเดียวที่มุ่งสู่พระนิพพาน ไม่มีทางสายอื่นจากนี้
๒. ทางสายตรงสายเดียว ไม่มีทางแยกอื่น อันจะทำให้เดินหลง หรือผิดทาง เมื่อบุคคลคำเนินไปตามหนทางแห่งสติปัฏฐานนี้ ย่อมบรรลุพระนิพพานในที่สุด
.........................................

แม้ในพระไตรปิฎกจะมีเรื่องกล่าวถึงผู้ฟังธรรมแล้ว บรรลุธรรมเมื่อฟังจบ แต่ไม่มีใครบรรลุธรรมโดยมิได้เจริญสติปัฏฐาน ๔ อย่างใดอย่างหนึ่ง ความจริงแล้ว ทุกคนต้องบรรลุธรรมด้วยการเจริญสติปัฏฐานอันเป็นทางสายเดียวนี้

ข้อความข้างบนนั้น พระมหาสมลักษณ์เริ่มบิดเบือน บิดเบี้ยวเสียแล้ว

ผมได้อธิบายไปแล้วว่า พระพม่าสายพองยุบโฆษณาเกินจริงมานานแล้วว่า ปฏิบัติธรรมแบบพองยุบนั้น เป็นสติปัฏฐาน 4 สามารถบรรลุพระอรหันต์ได้ ภายใน 7 ปี 7 เดือน 7 วัน 

แต่ปรากฏว่า ในสติปัฏฐานสูตรนั้น  เมื่อพระพุทธองค์ทรงเทศน์จบแล้ว  ไม่มีใครบรรลุพระอรหันต์  แต่ในพระสูตรอื่นๆ มีข้อความกำหนดเลยว่า มีการบรรลุพระอรหันต์เกิดขึ้น เช่น อนัตตลักขณสูตร เป็นต้น

เรื่องนี้เป็นปัญหาหนักอกของสาวกพระพม่าสายพองยุบที่จะต้องหาคำอธิบายมาแก้ต่างให้ได้

ข้อความข้างบนนั้น  พระมหาสมลักษณ์พยายามบิดเบือนประเด็น คือ ข้อความที่ว่า “แต่ไม่มีใครบรรลุธรรมโดยมิได้เจริญสติปัฏฐาน ๔”  อันนี้ ผมยอมรับได้ว่า ทุกคนที่จะบรรลุธรรมจะต้องมีการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะ สติปัฏฐาน 4 เป็นพื้นฐาน ไม่ผ่านพื้นฐานไปได้อย่างไร

แต่ไม่ใช่ว่า “เจริญสติปัฏฐาน 4 แต่เพียงอย่างเดียว” จะทำให้บรรลุธรรมได้  นี่ตรงนี้คือสิ่งที่พระมหาสมลักษณ์พยายามจะบิดเบือน

นอกจากนั้นแล้ว พระมหาสมลักษณ์ พระพม่า รวมถึงสาวกพระพม่าคนอื่นๆ ก็พยายามจะ “หมกเม็ด” ว่า พระพุทธองค์ทรงสอนว่า สติปัฏฐานสูตร เป็นทางสายเดียว โดยไม่ได้ตรัสถึงพระสูตรอื่นๆ อีก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว สติปัฏฐานสูตรไม่ใช่ทางสายเดียวพระสูตรเดียว ในพระไตรปิฎกอย่างน้อยก็มีอีก 2 แห่ง ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า  “เป็นเอายนมรรค”

1) ขุททกนิกาย มหานิเทสและจูฬนิเทส
ในขุททกนิกาย มหานิเทสและจูฬนิเทส มีข้อความที่แสดงเอกายนมรรคว่า คือ สติดังข้อความว่า

ยา สติ อนุสฺสติ ปฏิสฺสติ, สติ สรณตา ธารณตา อปิลาปนตา อสฺสมฺมุสฺสนตา, สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค, อยํ วุจฺจติ สติ

แปลว่า ความระลึก ความระลึกถึง ความระลึกเฉพาะ ความระลึกกิริยาที่ระลึก ความทรงจำ ความไม่เลื่อนลอย ความไม่หลงลืม สติ สตินทรีย์ สติพละ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ เอกายนมรรค ธรรมนี้ เรียกว่า สติ.

2) ขุททกนิกาย มหานิเทสและจูฬนิเทส

สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 อริยมรรคมีองค์ 8 เรียกว่า เอกายนมรรค

ข้อความนี้ เอกายนมรรค หมายถึงโพธิปักขิยธรรม (virtues partaking of enlightenment) ซึ่งก็คือหนทางหรือเป็นฝักฝ่ายแห่งธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้หรือการบรรลุธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนา

อ้าว.......ที่นี้พระพม่าจะทำอย่างไรดี  หลักฐานออกมาปรากฏให้เห็นกันชัดๆ ว่า โพธิปักขธรรมก็เป็นเอกายนมรรค

และสิ่งที่ผมต้องการพบอย่างมากก็คือ สติปัฏฐาน 4 เป็นทางสายเดียวอย่างไร  ผมหาอ่านมานานหนักหนาแล้ว  ยังไม่มีเอกสารใดของพระพม่าหรือสาวกของพระพม่าจะอธิบายได้ว่า สติปัฏฐาน 4 เป็นทางสายเดียวอย่างไร

มีแต่โม้โอ้อวดว่า ทางสายเดียว แต่เป็นทางสายเดียวอย่างไรล่ะท่าน...........

มหาสติปัฏฐานสูตรนั้น ไม่ใช่ธรรมะหัวข้อเดียว มี 4 หัวข้อหลัก ซึ่งแบ่งเป็น 13 หัวข้อย่อย ดังนี้

กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
อานาปานบรรพะ
อิริยาปถบรรพะ
สัมปชัญญบรรพะ
ธาตุมนสิการบรร
ปฏิกูลมนสิการบรรพะ
นวสีวถิกาบรรพะ
เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
เวทนาบรรพะ
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
จิตตบรรพะ
ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน อธิบายวิธีคิดเกี่ยวกับการรับรู้ไว้ 5 แบบ คือ :-
ขันธบรรพะ
อายตนบรรพะ
นีวรณบรรพะ
โพชฌังคบรรพะ
สัจจะบรรพะ

จะเห็นว่า ยังไม่มีหนังสือเล่มใด หรือใครคนใดในสายพองยุบที่สามารถจะอธิบายได้ว่า สติปัฏฐานสูตรนั้น เป็นทางสายเดียวอย่างไร

เหมือนเส้นเชือกหรืออย่างไร!!  หรือเหมือนใยแก้วนำแสง  หรือเหมือนแม่น้ำสายย่อยมารวมกันกับแม่น้ำสายใหญ่

ตรงนี้ ขออธิบายโดยสายวิชาธรรมกายพอให้เป็นที่ประเทืองปัญญาสักเล็กน้อย เพราะ เป็นสายเดียวเท่านั้นที่อธิบายได้ว่า สติปัฏฐาน 4 เป็นทางสายเดียวอย่างไร และอธิบายได้ตรงตามพระไตรปิฎกแบบ “ตรงเผ็ง” เลยทีเดียว

หัวข้อธรรมะทุกหัวข้อในสติปัฏฐานสูตร หรือหัวข้อธรรมอื่นๆ ทั้งหมดทั้งปวง ก็ต้องหมายถึงโพธิปักขยธรรมด้วย  ในส่วนละเอียดแล้ว มีลักษณะเป็นดวงทั้งสิ้น  ใสบ้าง ขุ่นบ้าง ดำบ้าง

ทุกดวงหัวข้อธรรมะนั้น จะ “จุดศูนย์กลาง” ร่วมกัน เป็นจุดเล็กใสเท่าปลายเข็ม อยู่ที่ตรงระดับเหนือสะดือ 2 นิ้วมือของใครของมัน

ตรงนั้นคือ “เอกายนมรรค”  มรรคคือทางเดิน  จุดนี้แหละ วิชาธรรมกายต้องเรียนไปตรงนี้ อะไรๆ ก็อยู่ตรงนี้ 

ตรงนี้คือ ทางสายเดียว จริงไหมล่ะท่าน...



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น